วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

ขนมขบเคี้ยว...น่าขบคิด


เมื่อเอ่ยคำว่า ขนมขบเคี้ยว เราจะนึกถึงขนมกรอบๆ หรือขนมกินเล่นที่นิยมกินกัน และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กทุกคนชอบกินขนม เวลาไปเรียนหนังสือเด็กต้องมีค่าขนมไปโรงเรียน ในวันหยุดอยู่บ้านนั่งดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกม ก็มักมีขนมให้ขบเคี้ยวอยู่เสมอ

ปัจจุบัน สื่อโฆษณาในโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อขนมของเด็กมาก ทั้งรูปแบบของขนมและของแถมที่ล่อตาล่อใจเด็กๆ พ่อแม่หรือผู้ปกครองหลายท่านทนลูกรบเร้าไม่ไหว จึงยอมให้เด็กซื้อกินได้

ขนมขบเคี้ยวเป็นขนมที่สะดวกซื้อ มีขายทั่วไป ขนมขบเคี้ยวเหล่านี้ พอจะจำแนกตามส่วนประกอบออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มข้าว แป้ง เช่น ขนมอบกรอบชนิดแผ่นหรือสอดไส้มีทั้งรสหวานและเค็ม ข้าวเกรียบ
2. กลุ่มข้าว แป้ง และไขมัน เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวโพดอบกรอบ
3. กลุ่มที่มีแหล่งโปรตีน เช่น ปลาเส้น ปลาอบกรอบ
4. กลุ่มที่เป็นแหล่งโปรตีนและไขมัน เช่น ถั่วอบกรอบ ถั่วทอด
ขนมเหล่านี้จัดเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง แต่ให้คุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างน้อยเพราะอุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาลและไขมัน แต่พลังงานพวกนี้ปกติเราได้รับเพียงพออยู่แล้วในอาหารปกติ ถ้าเด็กกินเข้าไปมากอาจทำให้ได้รับพลังงานเกินในร่างกาย สุดท้ายก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคฟันผุ


นอกจากนี้ควรตระหนักถึงสารปรุงแต่งรสชาติ เช่น ผงชูรส หรือ เกลือโซเดียม ขนมชนิดเดียวกันแต่ต่างรสกันอาจมีปริมาณโซเดียมที่แตกต่างกัน ขนมบางชนิดอาจเค็มจัดจนผู้กินรู้สึกได้ แต่มีอีกหลายชนิดที่มีเกลือแอบแฝงแล้วปนกับรสชาติอื่น ทำให้ผู้กินไม่รับรู้รสเค็ม หากกินในปริมาณมากจะสังเกตได้จากการมีอาการกระหายน้ำมาก เนื่องจากสมองส่วนที่เกี่ยวกับความกระหายจะถูกกระตุ้นให้มีการดื่มน้ำในปริมาณเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัดส่วนของโซเดียมต่อน้ำในร่างกายคงที่

ในแต่ละวันควรได้รับปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้บริโภคคือ 2,400 มิลลิกรัม โดยเกลือ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม จะมีโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม ในอาหารปกติที่รับประทานแต่ละชนิดส่วนใหญ่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว หากเด็กกินขนมที่มีรสเค็มมาก อาจทำให้ได้รับปริมาณโซเดียมเกินซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กได้ในอนาคต

ดังนั้นการเลือกขนมขบเคี้ยวชนิดต่าง ๆ เราควรคำนึงถึงปริมาณและคุณภาพของขนมที่จะกินก่อนทุกครั้ง โดยพิจารณาจากฉลากโภชนาการที่ระบุไว้เพื่อประเมินส่วนประกอบของขนมก่อนเลือกซื้อเป็นสำคัญ

แต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่สามารถอยู่กับเด็กได้ตลอดเวลา เราควรค่อยๆ สอนให้เขารู้จักการอ่าน และวิเคราะห์ฉลากอย่างง่ายๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานให้เขาได้รู้จักเลือกบริโภคอาหารอย่างอื่นๆ ได้ และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือเราควรเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเด็ก ๆ จะสังเกตได้จากพฤติกรรมการเลือกกินอาหารจากบุคคลใกล้ชิด นอกจากนี้ควรกินอาหารให้เป็นเวลา ครบทุกหมวดหมู่ บริโภคผักและผลไม้ทุกวัน ซึ่งมีประโยชน์และคุณค่ามากกว่าขนมขบเคี้ยวที่กินกัน เนื่องจากการศึกษาในไทยที่ผ่านมาพบว่าเด็กบริโภคผักและผลไม้น้อยมาก

เพียงเท่านี้ลูกหลานของเราก็มีสุขภาพที่ดีได้ ปรึกษาข้อมูลด้านโภชนาการเพิ่มเติมได้ จากนักโภชนาการตามโรงพยาบาลต่างๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น